ไม่มีคำว่าสายสำหรับการลุกขึ้นมาล่าฝัน แต่อย่าช้านะ เพราะว่ามันไม่แน่นอน

“ผมอยากเป็นหมอ ผมอยากเป็นตำรวจ ผมอยากเป็นทหาร หนูอยากเป็นครู หนูอยากเป็นพยาบาล” เสียงเหล่าบรรดาเด็กน้อยดังเบียดกันทันทีที่สิ้นคำถามของครู

ในตอนที่เรายังเด็ก เราไม่เคยปิดกั้นความเป็นไปได้ใดๆในการเป็นอะไรก็แล้วแต่ จินตนาการของเด็กพาเราโลดเล่นไปในโลกแห่งความฝันอันแสนสุข

พอโตขึ้นมาเป็นวัยรุ่น บางคนก็อยากเป็นนักร้อง อยากเป็นดารา อยากมีชื่อเสียง

แต่มีเพียงกี่คนกันที่ไปถึงความฝันเหล่านั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าพื้นที่เหล่านั้นไม่เพียงพอสำหรับการยืนของเหล่านักล่าฝันด้วยซ้ำ แต่กลับเป็นพวกเค้าเองต่างหากที่หยุดความตั้งใจไว้ และไม่ไปต่อ

แม้เราอาจจะได้ยินคำว่า “คุณจะไม่ได้ไปต่อ” จากรายการล่าฝันใดๆก็แล้วแต่นั้น คุณเคยนึกมั้ยว่า คำพูดนี้หยุดคนๆนั้นไปจริงๆหรือเปล่า

บ่อยครั้งไปที่ผู้ที่ยืนหยัดอยู่ในเวทีการแข่งขันจนเป็นคนสุดท้ายนั้น กลับไปไม่ถึงฝันเสียเอง

บางครั้งความฝันที่มันเป็นความฝันของเราจริงๆนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่โอกาสเดียวด้วยซ้ำไป บางครั้งมีโอกาส พลาดไป เผลอๆ มันก็แวบกลับมาใหม่ มักจะเป็นเราเองที่พลาดฉวยไว้ หรือบางครั้งก็แวบกลับมา แต่เราไ่ม่รู้ว่ามันมา เพราะเราไม่ได้เปิดใจ เตรียมตัวให้พร้อมกลับโอกาส

วันที่เราโตเป็นผู้ใหญ่ ต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริง เช่น บิลค่าโทรศัพท์ เรากลับค้นพบว่า โลกนี้ยากเย็นกว่าที่คิด ในระหว่างที่เรามัวแต่จัดการกับสิ่งที่เราคิดว่าเป็นปัญหานั้น เรากลับพลาดอะไรบางอย่างไปเสียแล้ว เพราะแม้โอกาสมันผ่านมา เราก็เอาแต่พูดว่า ชั้นต้องจัดการสิ่งนั้น สิ่งนี้ก่อน ชั้นแก่เกินไปแล้ว ชั้นเหนี่อย ชั้นขี้เกียจ อยากพักผ่อนมากกว่า วันนี้เหนี่อยมาทั้งวันแล้ว

สิ่งที่ำกำลังทำอยู่นั้นเป็นตัวตนจริงๆของเรา หรือเราแค่ประสบอุบัติเหตุจนต้องทำกันแน่

เงยหน้าขึ้นมาอีกทีเราก็แก่จริงๆแล้ว แล้วเราก็มองย้อนกลับไปว่า ว้า น่าเสียดายจัง ที่ไม่ได้ทำนู่น ทำนี่ ทำนั่น ทำโน้น แล้วยังไง ก็แค่เสียดาย เดี๋ยวก็ตายแล้ว ก็ถ้ามัีนแก่จนไม่ไหวจริงๆ เจ็ดแปดสิบแล้ว อะไรก็คงไม่มีความหมายแล้วจริงๆ

ถ้ายังไงก็ต้องแก่อยู่ดีนะ สำคัญอยู่ตรงที่ว่า เราจะเป็นคนแก่ แบบไหนกันแน่ ตอนนั้นเราจะมองกลับมาแล้วชื่นชมในความหาญกล้าของตัวเองที่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองและโลกใบนี้ หรือเสียดายที่เอาแต่หลบอยู่ในมุมมืดอันแสนสบาย พร้อมกับร้อยแปดข้ออ้าง นั่นมันก็อยู่ที่คุณ

ไม่มีคำว่าสายสำหรับการลุกขึ้นมาล่าฝัน แต่อย่าช้านะ เพราะว่ามันไม่แน่นอน

Posted in Uncategorized | Leave a comment

Hello world!

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

Posted in Uncategorized | 1 Comment

เหตุผลของเวลา

"ยิ่งรอยิ่งนาน ยิ่งผ่านอะไรไปนานๆใจยิ่งหวั่นไหว" ฟังแล้วสะดุดหน้าคะมำเลยจริงๆ เป็นประโยคสั้นๆ มีแต่คำง่ายๆ แต่สั่นสะเทือนอารมณ์
พอต่างคนต่างมีเวลา ต่างได้คิด ต่างได้ทบทวน ต่างได้ลอง ต่างได้ทำ ได้ปล่อยให้หัวใจทำตามที่มันเรียกร้อง
ต่างจึงได้ค้นพบ…
และเพราะความต่าง การค้นพบจึงไม่เหมือนกัน คนที่เคยถูกหัวใจเรียกร้องให้อยู่ใกล้เป็นลมหายใจ อาจผันแปรหรือไม่
หรือคนที่หัวใจเคยร่ำร้องให้ออกห่างกลับได้ค้นพบตัวตนที่แท้จริงในร่างที่ถอดรูปจนเหลือแต่แก่นของหัวใจว่า อะไรคือเนื้อแท้ของมัน
และแน่นอนว่าถ้าเราต้องใช้เวลามากมายเพื่อค้นพบในสิ่งที่เราตามหา เราก็ยินดีที่จะพูดได้อย่างเต็มปากซึ่งมาจากแก่นของความจริงใจว่า เราเลือกแล้ว 
และถ้าเรามีทางเลือกคงไม่ยอมให้จากลา…
 
แม้จะนานแต่อย่างน้อยก็คงไม่มีใครที่สามารถพูดได้อย่างมั่นใจและหนักแน่นเช่นที่เราพูด
เพราะมันไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความหลง หรือเพียงแวบขึ้นในใจ แต่มันคือความมั่นใจของการกลั่นกรองอย่างดี จนตกผลึก
และนี่คือเหตุผลของเวลา!!!
Posted in Uncategorized | Leave a comment

ชีวิตดั่งฝัน

ชีวิตนั้น แสนสบาย ดั่งความฝัน
 
เราตื่นเช้า มาพบกับ วันที่แสน จะสดใส
พลันมองออก ไปข้างนอก ขอบหน้าต่าง แดดออกจ้า
 
เข้าห้องน้ำ แปรงวางอยู่ พร้อมกับยา ถูกบีบพร้อม ไว้บนนั้น
 
ที่โต๊ะกิน มีอาหาร พร้อมรับทาน ทั้งช้อนส้อม วางข้างจาน
ทานอิ่มปุ๊ป ก็ลุกปั๊ป ไม่แยแส ชั่วครู่เดียว มีคนเก็บ
 
เดินตรงไป ที่ประตู นั่งลงตรง เก้าอี้ใกล้
เพียงชี้นิ้ว มีคนหยิบ นำรองเท้า
มาสวมให้ พร้อมลุกเดิน ออกจากบ้าน
 
โล่งสบาย บนถนน นั้นมีรถ
เพียงน้อยนิด ไม่มาติด ให้หงุดหงิด กวนหัวใจ
 
ที่ทำงาน เพื่อนทุกคน ช่างยิ้มแย้ม
แลแจ่มใส ปรี่ต้อนรับ ด้วยไมตรี
 
นั่งลงตรง โต๊ะทำงาน เอกสาร เป็นระเบียบ สบายตา
คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต วิ่งปรู๊ดปร๊าด
เร็วทันใจ งานราบรื่น แสนสบาย
 
ปิดการขาย ได้อีกราย เจ้านายเรียก
เจรจา รับคำชม สมปรีดา
 
พอตกเย็น ถึงเวลา ต้องเลิกงาน
นาฬิกา กระดิกเด้ง ตรงเวลา ได้ฤกษ์ลุก
 
แม้ขากลับ ยังปลอดโปร่ง แสนจะโล่ง รถไม่มี
เปิดวิทยุ ฟังข่าวสาร แสนจะเลิศ
มีแต่เรื่อง แสนจะดี สบายหู
 
ย่ำเข้าบ้าน อยู่พร้อมหน้า ทั้งครอบครัว แสนสุขสันต์ และหฤษา
 
ถึงมื้อค่ำ รสชาติเยี่ยม เหลือคณา ล่อสองจาน อร่อยลิ้น
 
เข้าห้องน้ำ เตรียมแช่อ่าง โอ้ว น้ำอุ่น
ถูกรองไว้ พร้อมน้ำมัน หอมระเหย
สุขอุรา นี่กระไร
 
มุ่งตรงไป เตรียมขึ้นเตียง แอร์ถูกเปิด ฉ่ำอุรา
แทบทันที ที่นอนคว่ำ พลันมีคน
นวดจับเส้น แก้ปวดเมื่อย
 
เผลอหลับด้วย ความสบาย ทั้งกายใจ ทั้งรอยยิ้ม
สุขจริงเอย ^O^
Posted in Uncategorized | 1 Comment

อารมณ์ไร

"อารมณ์" เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์ชนิดอื่นอย่างสิ้นเชิง
 
จะว่าไปอันที่จริงผมก็ไม่รู้ว่า หมา แมวนั้นมีอารมณ์เป็นอย่างไร แต่คาดเดาว่าคงไม่หลากหลายเท่ามนุษย์เป็นแน่ เพราะมนุษย์นั้นมีความแปรปรวนในอารมณ์สูงมากจนไม่อาจบอกได้อย่างแน่ชัดว่า ตอนนี้เราอยู่ในอารมณ์ใด
 
บางครั้งในขณะที่เรากำลังหัวเราะอยู่นั้น จริงๆแล้ว ลึกลงไปข้างในเราก็กำลังเสียใจอยู่เช่นกัน เพียงแต่ในขณะนั้นความรู้สึกร่าเริงมันปรากฏออกมาได้เด่นชัดกว่าเท่านั้น
 
คำพูดทำนองที่ว่า ถ้าเราหัวเราะมากๆ เดี๋ยวเราอาจจะต้องเสียน้ำตานั้น ไม่ใช่คำพูดที่กล่าวเลื่อนลอย หรือว่าทำนายอนาคตอย่างแม่นยำแต่ประการใด แม้บ่อยครั้งมักเป็นเช่นนั้น ทั้งนี้ก็เพราะว่าเราอาศัยอยู่ในโลกที่อนาคตข้างหน้าเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน และหลายสิ่งก็เกิดขึ้นพร้อมๆกัน ท่ามกลางความสับสน ดั่งปรัชญาพุทธที่ว่า อนิจจัง หรือ ความไม่เที่ยง
 
ถ้าตอนนี้เราหัวเราะเดี๋ยวเราก็อาจจะซึมบ้าง เพราะว่าเราต้องใช้พลังงานในการร่าเริง พอเราเศร้าซึมก็เหมือนเก็บพลังงานไว้ รอเวลาที่มีเรื่องดีๆเข้ามา เราก็จะระเบิดพลังงานพวกนั้นออกไปหัวเราะร่าบ้างก็เท่านั้น
 
นั่นไม่ใช่การทำนายทายทักที่แม่นยำอะไร ก็เพียงแต่การมองโลกอย่างเข้าใจ และมันก็เป็นไปเช่นนั้นจริงๆ
 
ถ้าจะมีอะไรในโลกนี้ที่เข้าใจได้ยากจริงๆบ้าง หนึ่งในนั้นต้องเป็น "อารมณ์" มนุษย์อย่างแน่นอน ซึ่งถ้าหากอยากเข้าใจคุณก็ต้องตามดูมันอย่างใกล้ชิดติดขอบสนามด้วย "สมาธิ" เท่านั้น
 
ลองดูสิ บางทีคุณอาจจะเข้าใจตัวเองมากขึ้น และเมื่อใดที่คุณเข้าใจตัวเองมากขึ้น เมื่อนั้นคุณก็จะเริ่มเข้าใจผู้อื่นมากขึ้นเช่นกัน
Posted in Uncategorized | Leave a comment

ไม่บ้างก็ดี

มีคนเคยกล่าวไว้ทำนองว่า หากอยากให้ชีวิตสงบสุข เราต้องรู้จักปฏิเสธซะบ้าง
 
ในทุกๆวันนี้ เราต้องเผชิญกับคำขอร้องมากมายหลายหลาก จากสารพัดผู้คน ไม่รู้ว่าโลกมันอยู่ยาก หรือผู้คนเรียกร้องมากเกินไป ยิ่งเทคโนโลยีก้าวไปไกลเท่าไร เรายิ่งถูกเรียกร้องมากเท่านั้น
 
กี่ครั้งที่เราต้องถูกเชิญไปงานที่เราไม่ได้ "เต็มใจ" นักที่จะไป แต่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องด้วยเหตุผลทางสังคมอันซับซ้อน แม้อยากจะปฏิเสธแต่ก็ "เกรงใจ" ซึ่งคำนี้แหละ ที่มักจะเป็นที่มาของผลต่อเนื่อง บางอย่างที่เราไม่ต้องการ
 
บางครั้งเราอาจจะกำลังจมปลักอยู่กับปัญหาที่เราหาได้เป็นผู้ก่อขึ้นมาไม่ แต่การณ์ก็ชักนำไป เพียงเพราะคำขอร้องจากคนที่เราไม่อาจปฏิเสธได้ ซึ่งบางทีพอไปถึงจุดนั้น เราเหมือนระลึกสติได้ว่า น่าจะบอกปัดไปตั้งแต่แรก
 
แต่กระนั้นก็เถอะ หลายครั้งหลายคราที่เรารู้ทั้งรู้แต่ก็ยังทำ โดยเฉพาะการถูกชักนำเข้าสู่อบายมุขทั้งหลายนั้น เป็นสิ่งที่เรารู้อยู่แล้วว่าจะนำมาซึ่งความยุ่งยากในภายหน้า แต่ก็ยังทะลึ่งอีก
 
บางทีหากเราเรียนรู้ที่จะเกรงใจคนอื่นให้น้อยลง และหัดที่จะเกรงใจตัวเองให้มากกว่านี้ ชีวิตก็คงจะยุ่งยากน้อยลงเยอะ เพราะเรารู้ตัวเองดีว่า เราอยากรึไม่อยากทำอะไร อย่าให้ใครมาชักนำได้
 
ถ้าคุณเริ่มปฏิเสธคำขอร้องคนอื่นบ้าง สิ่งที่คุณจะได้ก็คือ "เวลา" สำหรับตัวเอง ลองใช้เวลาอยู่กับตัวเองดูบ้าง บางทีคุณอาจจะค้นพบเจออะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวเองที่คุณยังไม่เคยรู้มาก่อน ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูว่าไม่บ้างก็ดี
 
วันนี้คุณปฏิเสธบ้างรึยัง?
Posted in Uncategorized | Leave a comment

ความต่าง

"ความต่าง" เป็นคำง่ายๆที่เราต่างรู้ดีว่ามันหมายถึงอะไร แต่เข้าใจรึป่าว เป็นอีกเรื่องนึง
 
เวลาที่เราใช้ชีวิตผ่านห้วง ในช่วงต่างๆมานั้น มักจะหล่อหลอมให้เราเป็นเช่นนั้นๆ และสิ่งต่างๆมักจะหนักแน่นยิ่งขึ้นหากตอกย้ำมันด้วยกาล ยิ่งผ่านไปนานเพียงใด สิ่งที่เราคิดก็จะสร้างให้เราเป็นเช่นนั้น ซึ่งการที่เราคิดอย่างนั้นมาเนิ่นนาน ก็ทำให้ยากต่อการที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดไปได้ เชื่อว่าทุกคนมีความคิดของตัวเองในทุกๆอย่าง ซึ่งเกิดจากการขึ้นแม่พิมพ์ด้วยสภาพแวดล้อม หล่อหลอมด้วยเวลา เพราะฉะนั้นก็ไม่ง่ายนักที่จะเปลี่ยนมัน
 
เมื่อเป็นเช่นนั้น การที่เราใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่ต้องพบปะผู้คนมากมาย หลากหลาย สภาพแวดล้อม ทำให้เราต้องเผชิญหน้ากับความต่างจากคนอื่นๆอยู่เสมอ ยิ่งโดยเฉพาะ ถ้าเราเป็นคนหนักแน่นทางความคิดมากๆแล้วต้องมาเจอกับคนเช่นเดียวกัน อาจทำให้เราอาจต้องปะทะกันทางความคิดบ้าง เรียกว่ากระทบกระทั่งกันเล็กน้อยให้พอคันๆ ซึ่งการปะทะที่ว่าก็อาจไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร หากแต่นำมาซึ่งแนวคิดใหม่ๆที่เรายังไม่รู้จัก หรืออาจยังค้นไม่พบ ว่าแท้จริงแล้ว ถ้าเราคิดอย่างนี้ก็ดีไม่น้อยเลยทีเดียว หรือถ้าไม่เห็นด้วยก็ไม่จำเป็นต้องเดือดเนื้อร้อนใจอะไร เพียงแค่เข้าใจไว้ว่า โลกนี้ก็มีอีกมุมให้เรามองเหมือนกัน
สำคัญแต่เพียงว่า เราพร้อมมั้ยที่จะต้องยอมรับว่า มีความคิดอย่างอื่นนอกเหนือจากที่เราคิดอยู่ด้วย ต้องเปิดหูไว้ให้พร้อมได้ยิน เปิดใจไว้รับฟังผู้อื่น
 
"จงเปิดใจไว้รับฟังความต่างเสมอ"
Posted in Uncategorized | 1 Comment